วันพุธ, 8 กุมภาพันธ์ 2566

Malware ไวรัสคอมพิวเตอร์ ตัวร้าย กับ 5 วิธีป้องกัน

บทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับ Malware กันค่ะ มาดูกันค่ะว่ามันคืออะไรกันแน่นะคะ
“Malware” หรือเรียกเป็นภาษาไทยเราก็คือ “ไวรัสคอมพิวเตอร์” นั่นเองค่ะ แล้ว Malware คืออะไร และจะส่งผลกระทบอะไรต่อคอมพิวเตอร์ของเรากันบ้างมาดูกันค่ะ

MALWARE (มัลแวร์)  นั้นย่อมาจาก MALicious และ SoftWARE ค่ะ โดยหมายถึง โปรแกรมประสงค์ร้ายที่ถูกเขียนขึ้นมา เพื่อทำอันตรายกับข้อมูลในระบบ เช่น ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานผิดปกติ ขโมยหรือทำลายข้อมูลหรืออาจจะเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาควบคุมเครื่องการทำงานของเราได้ โดยเราจะพบ Malware อยู่หลายตัวเลยนะคะ เรามาลองดูประเภทของ Malware กันดีกว่านะคะ

ประเภทของ Malware ได้แก่

  1. Virus (ไวรัส) 
    สามารถแพร่กระจายตัวเองไปยังเครื่องอื่น ๆ ผ่านไฟล์ที่ส่งต่อกันระหว่างเครื่อง เมื่อมไวรัสแอบเข้ามายังคอมพิวเตอร์ได้แล้ว มันก็จะเข้าไปก่อกวนการทำงานจนทำให้เกิดผลเสียต่อระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเวลาที่คนเราป่วยเพราะไวรัสเลยค่ะ ร่างกายของเราก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่เท่าเดิม คอมพิวเตอร์เองก็เช่นเดียวกันค่ะ
  2. Worm (เวิร์ม) 
    สามารถแพร่กระจายตัวเองไปยังเครื่องอื่น ๆ ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้เองโดยอัตโนมัติ คล้ายกับตัวหนอนที่ชอนไชไปยังเส้นทางต่าง ๆ จนทำให้เครือข่ายล่มหรือใช้งานไม่ได้
  3. Trojan (โทรจัน) 
    ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกเราว่า มันเป็นโปรแกรมทั่วไปที่ไม่มีพิษภัย แล้วให้ผู้ใช้หลงเชื่อและนำไปติดตั้ง หลังจากนั้น มันก็จะสามารถเข้าไปเล่นงานระบบของเราได้ง่าย ๆอีกเช่นกันค่ะ
  4. Backdoor (แบ็กดอร์) 
    มีความสามารถในการเปิดช่องทางให้ ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้ามาควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ และสามารถทำอะไรก็ได้กับเครื่องของเรา ยกตัวอย่างเช่น สั่งลบหรือโอนย้ายข้อมูลของเราก็ได้เป็นต้น
  5. Spyware (สปายแวร์) 
    จะคอยแอบดูพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเรา และยังสามารถขโมยข้อมูลส่วนตัวของเราไปได้ด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆเลยนะคะ

ระหว่างที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ตโฟน หรือแท็บเลตอยู่ เช่น กำลังดูหนัง ฟังเพลง เขียนเว็บ อ่านอีเมล หรือคุยกับเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย เจ้าพวก Malware จะพยายามเจาะเข้ามา ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา โดยมันอาจจะหลอกล่อให้เราเปิดประตูให้หลากหลายวิธีการ เช่น ด้วยการส่งไฟล์มาทางอีเมล  หลอกให้เราคลิกลิงก์แปลกปลอม หรืออาจจะเป็นการหลอกให้ติดตั้งโปรแกรมบางอย่าง ซึ่งถ้าหากเราไม่ระวังตัว และกดตกลงเปิดไฟล์หรือติดตั้งโปรแกรมนั้น ๆ ลงไปในเครื่องแล้ว ก็เท่ากับเป็นการเปิดทางให้ Malware บุกเข้ามาโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้นั่นเองค่ะ
และเมื่อเจ้า Malware เข้ามาได้สำเร็จแล้ว บางตัวก็อาจจะเข้ามาสอดส่องข้อมูลของเรา ก่อนที่มันจะส่งข้อมูลสำคัญของเรากลับไปยังเจ้านายของมัน ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นก็จะมีตั้งแต่รหัสผ่านของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราใช้อยู่ เช่น Facebook  หรือ Twitter รหัสบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร หรือรหัสบัตรเครดิตของเรานะคะ จากนั้นเจ้าหัวขโมยเหล่านี้ก็จะสามารถนำข้อมูลของเราไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น อาจจะนำรหัสบัตรเครดิตของเราไปทำบัตรเครดิตปลอมขึ้นมา แล้วนำไปใช้จ่าย โดยที่เราไม่รู้เรื่องเลย กว่าเราจะรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่า เราจะต้องตามชำระค่าใช้จ่ายเหล่านั้นแทนเจ้าหัวขโมยเสียแล้ว หรือมันอาจจะสวมรอยยึด Facebook ของเราเพื่อกลั่นแกล้ง หรือใช้ประโยชน์ตามใจชอบ หรืออาจจะเข้ามา แล้วทำให้คอมพิวเตอร์ของเราไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปก็เป็นได้ค่ะ

จะเห็นว่า Malware นั้นสามารถก่อให้เกิดปัญหาได้มากมายเลยนะคะ เรามาดูวิธีการป้องกัน Malware กันค่ะ

วิธีการป้องกัน Malware
 

  1. มีด่านป้องกันโดยติดตั้ง และ อัปเดตแอนติไวรัสอยู่เสมอ
  2. มีด่านป้องกันชั้นที่ 2 โดยอัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์
  3. หยุดการติดตั้งซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน ที่ไม่รู้จักหรือต้องสงสัย
  4. ไม่คลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์ในอีเมลที่น่าสงสัย ถ้าไม่ไว้ใจควรถามกลับไปยังผู้ส่งอีเมลโดยตรง โดยควรสอบถามไปทาง โทรศัพท์หรือแฟกซ์ แทนการส่งอีเมลกลับไป 
  5. สำรองข้อมูลอยู่เสมอ และควรเก็บข้อมูลสำรองเหล่านั้นไว้ ในอุปกรณ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ ระบบเครือข่ายอื่น ๆ

แม้ว่า Malware นั้นจะเป็นอันตรายแค่ไหน แต่หากเราระวังและป้องกันตัวเอง ตามขั้นตอนด้านบนแล้ว ก็สบายใจได้เลยค่ะว่า ทั้งคอมพิวเตอร์ร สมาร์ตโฟน และแท็บเลตของเราก็จะปลอดภัยจาก Malware ตัวร้ายเหล่านั้น แน่นอนค่ะ